ทำไม ต้นไม้ฟอกอากาศ ได้และเราควรปลูกต้นแบบไหนต้นอะไรไว้ในบ้าน

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่อง ต้นไม้ฟอกอากาศ แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ต้นไม้ฟอกอากาศ นั้นสามารถฟอกอากาศได้อย่างไร ทั้งนี้ก่อนจะเข้าเรื่อง หลายคนคงทราบดีว่าต้นไม้นั้นมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารให้กับคนหรือสัตว์ และสัตว์ยังสามารถนำไปสร้างเป็นที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร ยารักษาโรค ต้นใหญ่หน่อยก็จะให้ร่มเงาและที่สำคัญคือยังเป็นตัวช่วยสร้างสีสัน และให้ความสวยงามอีกด้วย ซึ่งถ้าหากได้เรียนวิทยาศาตร์แม้ว่าจะไม่ได้ลงลึกมากนักก็อาจจะทราบเป็นอย่างดีว่า ต้นนั้นไม้ยังช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 9-15 กิโลกรัมต่อปี และยังสามารถดักฝุ่นและมลพิษทางอากาศได้ 1.4 กิโลกรัมต่อปี

แน่นอนว่าช่วยฟอกอากาศ ทำให้ลดการเกิดภูมิแพ้และหอบหืดได้ ทั้งยังเป็นตัวช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด ปรับอุณหภูมิของห้องและรอบบ้านได้เป็นอย่างดี แต่ในบ้างครั้งจากประสบการณ์นั้นหลายคนก็อาจจะฉงนสงสัยอีกว่า ที่ได้ร้ำเรียนมาเมื่อตอนเด็ก ๆ นั้นต้นไม้จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางคืน จึงไม่ควรปลูกต้นไม้ไว้ภายในห้องโดยเฉพาะห้องนอน แต่ต้นไม้ฟอกอากาศ ได้เข้ามาเป็นตัวที่ทำให้มีการเปลี่ยนแนวความคิดดั้งเดิม คือการที่ได้มีงานวิจัยจากนาซ่าที่ได้ค้นพบว่าต้นไม้บางชนิดนั้น สามารถดูดสารพิษ และช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ได้ แถมยังปลูกได้ทั้งนอกและในบ้านได้อีกด้วย บางชนิดปลูกได้ดีในเมืองไทย เพราะเป็นต้นไม้พื้นถิ่นในเขตร้อนชื้น 

ต้นไม้ฟอกอากาศ จึงถือเป็นกระแสตื่นตัวและกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ผู้คนนั้นให้ความนิยมและนำมาใช้ในการตกแต่งบ้าน เมื่อต้นไม้เหล่านั้นได้ถูกจัดวางให้เป็นส่วนหนึ่งภายในห้องเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ประเภทอื่น ๆ จนกลายเป็นพร็อพทีเรียกได้ว่าเพิ่มความสวยงามและสบายตาให้บ้านได้เป็นอย่างยิ่งและที่สำคัญคือยังเป็นตัวช่วยในการดูดสารพิษในอากาศได้อีกด้วย โดยวิธีในการดูดสารพิษและฟอกอากาศของต้นไม้นั้นมีวิธีการและขั้นตอนดังนี้

  1. ดูดสารพิษผ่านกระบวนการคายน้ำทางปากใบ ซึ่งต้นไม้ฟอกอากาศจะมีการคายน้ำที่สูงกว่าต้นไม้ชนิดอื่น ในกระบวนการคายน้ำจะทำให้อุณหภูมิบนผิวใบไม้แตกต่างจากอากาศภายนอก เกิดการหมุนเวียนของอากาศรอบ ๆ ทำให้อากาศที่มีสารพิษไหลลงสู่บริเวณรากพืชที่มีจุลินทรีย์ที่ถูกดึงดูดไว้จำนวนมาก และจุลินทรีย์จะทำการย่อยสารพิษให้กลายเป็นอาหารของพืช
  2. ดูดสารพิษผ่านการดูดน้ำจากราก ในการรดน้ำต้นไม้ที่บริเวณโคนต้น น้ำจะซึมลงรากแล้วต้นไม้จะดูดน้ำไปใช้ยังส่วนต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ในกระบวนการนี้อากาศที่ประกอบไปด้วยออกซิเจน ไนโตรเจน และสารพิษที่ปนเปื้อนจะถูกดึงไปสู่ดินรอบ ๆ ราก จุลินทรีย์จะเปลี่ยนสารพิษที่มากับอากาศให้กลายเป็นอาหารของพืช
  3. ดูดสารพิษผ่านการดูดอากาศ ในขณะเดียวกันนี้ เมื่อต้นไม้จะดูดอากาศที่ปนเปื้อนสารพิษเข้าทางปากใบ ส่งต่อไปยังราก จากรากไปสู่ดิน และจุลินทรีย์ที่อยู่รอบ ๆ รากจะย่อยสารพิษเหล่านั้น และต้นไม้ไม่ได้แค่ช่วยดูดซับสารคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น ยังมีสารพิษปนเปื้อนอีกหลายชนิดที่ปะปนอยู่ในบริเวณที่เราอาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือออฟฟิศ ผ่านข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วสารพิษเหล่านั้นระเหยออกมาในอากาศ ได้ด้วย เช่น ฟอร์มาดีไฮต์ ไซลีน โทลูอีน เบนซิน แอมโมเนีย แอลกอฮอล์ สิ่งของที่มีส่วนของผสมของสารเคมีเหล่านี้

ทั้งนี้ธรรมชาติได้มีการสร้างให้พวกไม้ประดับเล็ก ๆ นั้นมีความสามารถในการดึงดูดจุลินทรีย์ให้มาอยู่บนหรือรอบ ๆ รากของมัน โดยจะสามารถย่อยสลายโครงสร้างอินทรีย์สารที่ซับซ้อนได้ ใบของต้นไม้ยังสามารถดูดซับสารอินทรีย์ที่เป็นแก๊สและย่อยหรือ ถ่ายโอนของเสียไปยังรากเพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับจุลินทรีย์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ต้นไม้ประดับบางชนิดนั้นสามารถทำการดูดสารพิษได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีกระบวนการคายน้ำซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีสำหรับเคลื่อนย้ายสารที่เป็นมลพิษ ไปยังจุลินทรีย์ที่อยู่รอบ ๆ รากของมันกระบวนการคายน้ำ ต้องใช้แสงแดดในการสังเคราะห์ ทำให้เกิดการไหลเวียนของอากาศในขณะที่น้ำไหลจากรากขึ้นไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชอย่างรวดเร็วอากาศจะถูกดึงลงไปสู่ดินรอบ ๆ รากก๊าซออกซิเจนและก๊าซ ไนโตรเจนในอากาศเมื่อถูกดึงไป อยู่ที่รากก๊าซไนโตรเจนจะถูกเปลี่ยนไปโดย จุลินทรีย์เป็นไนเตรทกลายเป็นอาหารของพืชกระบวนการคายน้ำและสังเคราะห์อาหารได้เองของพืชจำพวกต้นไม้ดูดสารพิษ

ต้นไม้ฟอกอากาศ มีกระบวนการในการฟอกอากาศแบบมีประสิทธิภาพที่ดี จะต้องมีการใช้แสงแดด ซึ่งการวางต้นไม้หรือจดวางจึงสำคัญ เพราะต้องวางในส่วนของบ้านที่มีแดดส่องถึง เพื่อให้กระบวนการฟอกอากาศของต้นไม้นั้นทำงานได้เป็นอย่างดี รวมถึงการคายน้ำ ดูดซึมน้ำ หรือดูดอากาศ ทั้งนี้ถ้าหากไม่ได้ว่าต้นไม่ในจุดที่เหมาะสมการสังเคราะห์แสงก็อาจจะทำได้อย่างไม่เต็มที่มากนัก ทั้งนี้ควรจะเข้าใจในเรื่องของขอบเขตการหายใจด้วย เพื่อให้ต้นไม้ฟอกอากาศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะที่ผู้ปลูกหลับได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้หากต้องการปลูกต้นไม้ภายในบ้านนั้น อาจจะเลือกปลูกต้นไม้ที่จะคายออกซิเจนในเวลากลางคืน ทั้งนี้ถ้าหากมีสวนหรือต้องการปลูกต้นไม้ที่ช่วยในการดูดสารพิษนอกบ้านควรจะเลือกต้นที่สามารถดูดซับคาร์บอดไดออกไซด์ได้ดีเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อช่วยจับมลพิษที่เข้ามาในบ้านนั่นเอง

โดยในปัจจุบันนั้นได้มีสถานการณ์หมอกควันฝุ่นละอองในหลายพื้นที่ยังคงมีเกณฑ์ที่เกินกว่ามาตรฐาน ซึ่งมลพิษก็ไม่ได้เพียงแค่ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน  ที่จะเกิดทุกปีในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงช่วงต้นปี เพราะเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุม ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศปิด ลมสงบ และชั้นบรรยากาศผกผัน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลทำให้พีเอ็ม2.5 ไม่เกิดการกระจายตัว และนำมาสู่ภาวะเกิดการสะสม จนส่งผลกระทบให้มีค่าเกินมาตรฐาน และส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงสุขภาพของคนไทย นอกจากนี้ยังมีสารพิษจากไอเสียรถยนต์ รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถพบได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาาน อย่าง  การใช้เครื่องถ่ายเอกสาร สารเคลือบเฟอร์นิเจอร์ กลิ่นของผนังอาคาร เป็นต้น ซึ่งปัญหาของสารพิษที่ได้กล่าวไปนั้น ต้นไม้หลากหลายพันธุ์สามารถสดปัญหาของฝุ่นและมลพิษทางอากาศได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับสถานที่ ทั้งยังทำให้สดชื่นอีกด้วย

ในอากาศมีอะไรบ้างที่จะทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกาย

  1. ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือฝุ่น PM 2.5
  2. สารระเหยที่เกิดจากเครื่องถ่ายเอกสาร หรือเครื่องพิมพ์ ได้แก่ เบนซิน โทลูอีน และโอโซน
  3. สารฟอร์มาลดีไฮด์ ที่เกิดจากเครื่องใช้ครัวเรือนภายในบ้านหรืออาคาร เช่น เฟอร์นิเจอร์ใหม่ ไม้อัด บอร์ด สี พลาสติก และปูน
  4. ก๊าซพิษต่าง ๆ อาทิ าร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์

ต้นไม้ฟอกอากาศที่นิยมนำมาแต่งบ้าน

ต้นเฟิร์นบอสตัน (Boston Fern)

แนะนำ 5 ต้นไม้ฟอกอากาศให้ร้านสดชื่นดูดซับฝุ่นละออง - Bluemochatea

พืชไม้ประดับชนิดหนึ่งที่หลายคนนิยมนำมาปลูกด้วยการใช้กระถางรูปแบบแขวน หรือมีการตั้งบนชั้น ประดับทั้งภายในและภายนอกอาคารได้ เพราะมีสรรพคุณที่ช่วยในการดซับสารพิษ (สารฟอร์มาดิไฮด์) ได้มาก และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นภายในอาคารอีกด้วย ต้นเฟิร์นบอสตัน เป็นต้นไม้ฟอกอากาศ ที่ชอบแสงแดด แต่ไม่ชอบให้แดดส่องโดนตรงใบโดยตรง ในส่วนของการรดน้ำ ต้นนี้จะต้องการน้ำเป็นอย่างมาก ควรรดน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และควรฉีดพ่นละอองน้ำลงบนใบบ่อย ๆ

มอนสเตอร่า (Monstera)

มอนสเตอร่า ราชินีแห่งไม้ใบ ฮอตฮิตราคาพุ่ง ยิ่งด่างยิ่งแพง

พืชไม้ประดับชนิดหนึ่งนิยมนำมาปลูกในห้องนั่งเล่น ห้องนอน รวมถึงห้องทำงาน ทั้งนี้จุดประสงค์คือนำมาประดับตกแต่งห้องให้มีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญเป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่จะเป็นตัวช่วยในการ ดูดซับสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศ ช่วยให้อากาศภายในห้องของเราสดชิ่นมากยิ่งขึ้น โดยต้นนี้จะชอบแดด่อน ๆ ควรตั้งกระถางในบริเวณที่มีแสงแดดรำไร และรดน้ำวันละ 2-3 ครั้ง แต่ไม่ควรรดจนชุ่มเกินไป ทั้งนี้มอนสเตอร่า เป็นต้นไม้ที่ชอบควมชื้นแบบพอประมาณ จึงไม่ควรให้ห้องแห้งหรือชื้นมากจนเกินไป

ซานาดู (Xanadu)

ฟิโลเดนดรอน ซานาดู (Philodendron Xanadu)

พืชไม้ประดับรูปทรงแปลก หลายคนนิยมนำมาปลูกไว้เพื่อตกแต่งบ้าน เพราะนอกจากเรื่องควาสวยแปลกตาและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครแล้วนั้น ซานาดูยังได้รับการการันตีว่ามีสรรพคุณช่วยในการดูรับสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศได้เป็นอย่างดีมากอีกด้วย ต้นนี้จะชอบแสงแดดมาก ควรตั้งในพื้นที่บริเวณที่มีแดดส่องถึง และควรรดน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ในส่วนของความชื้นควรจะพอประมาณ โดยซานาดูสามารถอยู่ได้ทั้งในห้องพัดลมและห้องแอร์อีกด้วย

ลิ้นมังกร (Snake Plant)

ลิ้นมังกร ต้นไม้ฟอกอากาศ ดูแลง่าย ปลูกในบ้านและนอกบ้านได้

พืชไม้ประดับที่หลายคนนิยมนำมาปลูกตกแต่งอีกต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องนอนเพราะว่าลิ้นมังกรเป็นต้นไม้ฟอกอากาศในบ้านที่จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ห้องนอนกลับมาสดชื่น และในเวลากลางคืนนั้นจะยังคายออกซิเจนและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีอีกด้วย ต้นนี้จะชอบแสงแดดรำไร วางในที่แดดส่องถึงเล็กน้อยหรือนำออกมาโดดแดดบ้างในช่วงบ่ายคล้อย ๆ หรือวันที่แดดไม่ได้แรงมาก และควรรดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และในส่วนของอากาศลิ้นมังกรสมาอยู่ในได้ในทุกสภาพอากาศ แต่ควรจะมีความชื้นพอสมควร เพื่อให้สีใบนั้นสวยงาม

ไทรใบสัก (Fiddle Fig)

รู้จัก ไทรใบสัก พร้อมเคล็ดลับดูแลให้ใบสวย - บ้านไอเดีย เว็บไซต์เพื่อบ้านคุณ

เรียกได้ว่าเป็นอีกต้นไม้ฟอกอากาศที่ได้รับความนิยมสำหรับนำมาแต่งบ้านและอาคารมากี่สุดต้นหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะว่าลักษณะใบของไทรใบสักนั้นจะมีความสวยสง่า และเรียกว่าโดดเด่นไม่เหมือนใครอีกด้วย ทั้งมีสรรพคุณที่จะเป็นตัวช่วยในการดูดซับสารพิษ และฟอกอากาศให้ห้องกลับมารู้สึกสดชื่นอีกครั้งอีกด้วย ไทรใบสักชอบแสงแดดเป็นอย่างมาก แต่สามารถปลูกไว้ในห้องที่มีแสงรำรไรได้ด้วยเช่นกัน ต้นนี้จะไม่ค่อยชอบน้ำเท่าไหร่นัก จึงไม่จำเป็นจะต้องรดน้ำบ่อย 3-4 วันต่อครั้งก็ได้ และยังไม่ชอบห้องที่มีความชื้น ดังนั้นถ้าหากจะนำมาปลูกนั้นไม่ควรปล่อยให้ดินภายในกระถางชุ่มน้ำจนเกินพอดี

และนอกจากต้นไม้ฟอกอากาศ ในบ้าน ที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ในประเทศไทยยังนิยมปลูกอีกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น เขียวหมื่นปี, ยางอินเดีย, เดหลี, พลูด่าง, ลิ้นมังกร, ไอวี่, ฟิโลหูช้าง และเสน่ห์จันทร์แดงก็นิยมมากด้วยเช่นกัน ผู้อ่านชอบต้นไหน สไตล์ใดก็สามารถเลือกซื้อมาปลูกและประดับห้องได้ ซึ่งแต่ละต้นจะมีสเน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงราคาที่แต่ละคนเอื้อมถึงด้วย อย่างผู้เขียนตอนนี้ก็มีพลูด่างมาเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ หาซื้อง่ายแถมเลี้ยงง่ายอีกด้วย

หน้าแรก

https://cheezelooker.com/

https://www.bluemochatea.com

https://www.prachachat.net

https://4.bp.blogspot.com/

https://s359.kapook.com/

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
VK

Table of Contents